4.4.51
วันนี้เป็นวันที่จะต้องออกเดินทางไป Hk ทริปนี้มีด้วยกัน 4 คน
เมธ ผิน ธี มินน์ ตื่นเต้นเล็กน้อย ไม่ได้ตื่นเต้นเรื่องจะได้ขึ้นเครื่องบินนะ แต่ตื่นเต้น
ว่าที่นั่นจะมีห้องน้ำให้เราเข้าง่าย ๆ แบบที่บ้านเรารึป่าวน้า
ด้วยความกังวลใจในเรื่องนี้ เลยทำให้มีอาการปวดท้องอยู่ตลอดเวลาในระหว่างที่จะ
เดินทางไป เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลาประมาณบ่าย 2 แต่ระหว่าง
เดินทางอยู่มีเหตุการ์ณเซ็งเล็กน้อย เพราะรถโดนตำรวจเรียก
เนื่องจากยังไม่ได้เสียภาษีป้าย ตาดีจริง ๆ ตัวหนังสือเล็กนิดเดียวก็ยังอุตส่าห์มองเห็น
ตำรวจไทยเก่งจริง ๆ ถ้าจับขโมยได้เก่งอย่างนี้ก็ดีสิ
มาต่อที่สนามบินดีกว่า พอไปถึงสนามบินก็เข้าไปเช็คอินกับทางสายการบิน คาเธ่ย์
เสร็จแล้วก็ไปผ่านด่าน ต.ม. อีก ของเรากับมินน์ผ่านกันได้อย่างสบาย
แต่ของสุเมธ กับ ผิน มีปัญหาติดขัดเล็กน้อย แต่ก็เข้าได้อย่างสบายในตอนหลัง

หลังจากนั้นก็เข้าไปเตร็ดเตร่อยู่ใน duty free รอเวลาขึ้นเครื่องตอน
3:50 น.พอถึงเวลาก็เดินไปขึ้นเครื่องกันที่ ประตู 33

ได้ที่นั่งริมหน้าต่างแถว Y 35 A,B พอขึ้นเครื่องนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว
มันก็มาทันทีเลยอาการปวดท้อง มวนท้อง ประเดประดังเข้ามา
กันเป็นแถวเลย อึดอัดมาก ที่นั่งก็แคบนั่งได้อึดอัดดี
เพราะมันเป็นชั้น Economy เราไม่ได้ขึ้นเครื่องมา 10 ปีได้แล้วมั้ง
เลยรู้สึกว่ามันแคบแล้วก็อึดอัดไปหมด แต่ก็ต้องทนวะ งบน้อยนี่นา จะไปนั่ง
Business ก็แพงขึ้นไปอีก แค่ 2 ช.ม. ทน ๆ เอาหน่อยแล้วกัน
เครื่องบินถึงฮ่องกง เวลาประมาณ 2ทุ่มที่นั่นเห็นจะได้นะ รู้สึกว่าเมาเครื่องบินเล็กน้อย
มีอาการคลื่นไส้ เวียนหัว นิดหน่อย แล้วก็เดินไป ต.ม.ของเค้า เดินไกลมาก
พอผ่านเข้าเมืองได้ คราวนี้คณะเราก็ต้องไปต่อรถไฟ airport express เพื่อจะ
ไปต่อรถกลับโรงแรม เกาลูนโฮเทล

รูปภายในรถไฟ airport express
ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็ถึงท่ารถไฟเกาลูน จากนั้นก็ต้องไปต่อรถ
เห็นไอ้เมธเรียกว่า ชัตเตอร์บัส มั้ง เพื่อจะไปโรงแรมต่อ
ถึงโรมแรมประมาณ 4 ทุ่ม ทำการเช็คอินเรียบร้อยก็เข้าห้องพักได้

โรงแรมเล็กแล้วก็แคบมาก หลังจากเข้าห้องพักแล้ว เมธก็จะพาไปกินโจ๊กหน้า
โรงแรมมาเจสติก ที่ขึ้นฃื่อว่าอร่อยมาก แต่พอไปถึง มันปิด
สงสัยคงไปเชงเม้งกัน เลยอดกินกัน ก็เลยเดินไปตลาดนัดกลางคืน
ที่เค้าเรียกกันว่า Lady Market ก็คล้าย ๆ กับพัฒน์พงษ์บ้านเราน่ะแหละ
ต่างกันตรงที่ไม่มีบาร์เบียร์ มีแต่ของของแบบตลาดนัดกันน่ะ

ตลาดนัด lady market
หลังจากนั้นก็เข้าห้องพัก เพื่อพักผ่อนกัน เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปไหว้พระใหญ่กัน
5.4.51
เฃ้านี้ต้องตื่น 6 โมงเช้า เมืองไทยก็ตี 5 เพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำให้เสร็จเพื่อจะเดินทางตอน
เจ็ดโมงเช้าของที่นั่น วันนี้มีโปรแกรมไปไหว้พระใหญ่กัน
โดยต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปยังสถานีกระเช้ากัน
พอไปถึงสถานี ก็แวะกินติ่มซำกันก่อนตอนเช้า คนที่นุ่นเค้ากินติ่มซำกันเช้าจริง ๆ
พอกินเสร็จก็ออกเดินทางไปขึ้นกระเช้ากันเลย ตอนนั้นคนยังไม่เยอะ
ไม่ต้องรอคิวนาน สบายบรื๋อออออ


ทึ่งกระเช้าของเค้ามาก ทำได้เจ๋งจริง โยงข้ามทะเล ภูเขา ระยะทางยาวมาก
ใช้เวลาประมาณกว่า 40 นาทีได้ ก็ถึงที่หมายนั่นก็คือพระใหญ่นั่นเอง

พอลงกระเช้าแล้ว มันก็จะมีหมู่บ้านของที่ระลึกทั่งหลายให้เราช็อปกัน
แต่ก็สร้างออกมาได้สวยดีนะ



พอถึงพระใหญ่ก็เข้าไปกราบนมัสการกัน ปีนบันไดขึ้นไปถึงข้างบน
ขอบอกว่าเหนื่อยมาก แล้วก็ตัดกำลังขาไปเยอะเลยทีเดียว
ทีแรกกะว่าจะใช้เวลาแค่ไม่นานที่พระใหญ่ แต่ผิดคาด กลับไปเสียเวลาเดิน
ช็อปไปตั้งนานจนถึงเที่ยงกว่าจะได้กลับกัน เลยผิดแผนนิดหน่อย
แต่ไม่เป็นไร พอหลังลงมาจากพระใหญ่ก็ไปช็อปกันต่อที่ ไทม์สแควร์ของฮ่องกงเค้า

เป็นห้างใหญ่ ๆ คล้ายกับพารากอนบ้านเรา มีตั้ง 7 ชั้น แต่ห้องน้ำกลับไม่พอใช้
มาที่นี่หมดไปกับกุชชี่ก่อนเลย อยากได้ตั้งแต่อยู่เมืองไทยแล้วเล็งมานาน
มาดูที่นี่ถูกกว่าตั้งสี่พันกว่าบาท ก็เลยจัดการสอยซะเลย
จากนั้นก็ไปดูรอง NB กับสุเมธ ที่ห้างเดิมนี่อีกแหละ เลยเสียตังได้มาอีก 1 คู่

จากนั้นก็กลับโรงแรมกันเพื่อเอาของไปเก็บก่อน จะได้เดินทางต่อไปยัง
Ocean Terminal แหล่งช็อบของแบรนด์เนมทั้งหลาย
อีกทั้งจะได้แวะกินข้าวกันด้วย
พอไปถึงก็ชะแว้บผ่านร้านหลุยส์ก่อนเลย ไม่คิดเลยว่าต้องเข้าแถวจริง ๆ อ้ะ

เลยไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า แล้วถ้ากินเสร็จแล้วกลับมาดูอีกทีว่าคิวยังเยอะเหมือนเดิมรึป่าว
ถ้ายังเยอะอยู่ ก็จะไม่รอคิว แต่ขอบอกว่าอาหารมื้อนี้ที่ไปกินถือว่าอร่อยที่สุดแล้
และก็กินได้เยอะที่สุดด้วย


อร่อยทุกจานที่สั่ง ดูรูปสิ หมดทุกอย่าง หลังจากกินเสร็จก็กลับไปดู louis
ปรากฏว่าคิวเหลือน้อยแล้วก็เลยเข้าไปต่อคิว รอประมาณไม่ถึง 10 นาทีมั้งก็ได้เข้า
แล้วก็จัดการสอยมาได้ 1 ใบ เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเที่ยวที่รอคิว ราคาไม่สน
ไม่รู้ว่าแพงกว่าบ้านเรารึป่าว เพราะไม่ได้ซื้อให้ตัวเอง ไอ้เล็กมันฝากซื้อ 555
เสร็จจาก Louis ก็เข้า Toy' R us หมดไปอีก 1000 เหรียญ ซื้อของเล่น
ฝากลูกฝากหลาน แต่ตอนนี้รู้สึกปวดหลังมากแล้ว เพราะเดินมาทั้งวัน
แต่ก็ฮึดสู้ต่อ ไหน ๆ มาแล้วก็ต้องลุยให้ถึงที่สุด เสร็จจากที่นี่ก็กลับโรงแรมเพื่อเอาของไปเก็บ
แล้วก้ออกเดินทางต่อไป มงก๊ก ดูตลาดนัดกลางคืน ก็เหมือนเดิม ไม่เห็นมีอะไรน่าซื้อ
เพราะของแบบนั้นบ้านเราก็มี ไม่รุ้จะซื้อไปทำไม แต่หลัก ๆ จะไปหา ตึก ทอยมาร์ท
แต่สุดท้ายก็หาไม่เจอ ห้าทุ่มแล้วปวดหลังมากมาย เหนื่อยด้วย หิวด้วย
เลยไปจบกันที่ร้านโจ๊กขึ้นชื่อ หน้าโรงแรมมาเจสติก วันนี้เปิดแล้ว
ได้ชิมซะที เห็นล่ำลือกันนัก แต่ก็งั้น ๆ นะ สำหรับเรา
จากนั้นก็กลับโรงแรมมาแพ็กกระเป๋าเตรียมตัวกลับ
6.4.51
วันนี้สบายหน่อยไม่ต้องตื่นเช้ามาก เพราะเป็นวันสบาย ๆ
หลังจากตื่นนอนแล้วอาบน้ำเสร็จ ก็ออกไปหาอะไรกินกันที่ถนนนาธาน
พอกินเสร็จก็เข้า Giodano ซื้อเสื้อผ้าเด็กกัน หมดไปอีกเกือบพันเหรียญ
จากนั้นก็แยกทางกันกับไอ้เมธ เพราะเมธมีภารกิจต้องไป Toy'R us อีกสาขานึง
เพื่อไปซื้อของเล่นให้เค้าที่ฝากซื้อ เราสองพ่อลูกก็เลยตกลงกันว่าจะไปลุยมงก๊กกันอีกรอบเพื่อตาม
หาเจ้าตัวนี้

แต่กว่าจะหาได้ช่างยากเย็นแสนเข็ญจริง ๆ หมดค่าโทรศัพท์ไปหลาย
แต่ก็ชื่นใจที่ได้มันมา น้องมินน์เลยขอตัวนี้ไปเป็นของตัวเองเลย
จริง ๆ กะว่าจะซื้อมาฝากเมียเลิฟ ซะหน่อย แต่ลูกมันบอก
ขอบคุณไปเรียบร้อยแล้ว ก็เลยตามเลยก็แล้วกันวะ
หลังจากซื้อเสร็จก็ต้องรีบกลับโรงแรมเพื่อมาเช็คเอาท์ตอนบ่าย3
แล้วก็ไปที่ท่ารถไฟใต้ดิน airport express
ทำการเช็กอินกับสายการบิน จากนั้นก็ไปเดินช็อบต่อใน
ช็อป Onitsuka tiger เลยโดนอีก 1 คู่เลย


จากนั้นก็ไปขึ้นเครื่องบินกลับถึงประเทศไทยตอน 2 ทุ่มแต่กว่าจะออกมาได้ก็
3 ทุ่มแล้ว เพราะต้องรอกระเป๋า พอมาถึงเมืองไทยก็ต้องเสียใจ
กับข่าวร้าย นั่นก็คือ เจ้าแจมป์ หนูของน้องมินน์ตายแล้ว
น้องมินน์ร้องไห้ใหญ่เลย สงสารมันจริง ๆ เจ้าหนู
มันคงโดนไอ้ไวท์กัดตาย เฮ้ออออ ชีวิต
สรุปไป HK เที่ยวนี้รู้สึกไม่สนุกเท่าที่ควร
เพราะเนื่องจากสุขภาพของเราเอง และก็
อาการปวดท้องที่น่าเบื่อของเรา มันทำให้
หมดสนุกไปหมดทุกอย่าง กินก็กินไม่ได้
นอนก็นอนไม่หลับ อยากแต่จะกลับเมืองไทย
การทดลองออกนอกประเทศครั้งนี้ของเรา
ถือว่าไม่ผ่าน นี่ถ้าไปประเทศอื่น ที่นานกว่านี้
จะทำงัยเนี่ย เฮ้ออออ
ที่ลืมไม่ได้เลยสำหรับทริปนี้ ก็คือต้องขอบคุณ
อาเฮียอาซ้อแห่งเมธาเมทัล ที่งวดนี้อาสาเป็น
ไกด์พาสองพ่อลูกเที่ยวฮ่องกงครั้งนี้ ต้องขอบคุณ
มา ณ.โอกาสนี้ด้วย
thanks